ไทย | English  
 

คำถามที่ถูกถามบ่อย

อาการปากแหว่งและเพดานโหว่

ภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่ คือ การมีรอยแยกบริเวณริมฝีปาก บริเวณเพดานปาก หรือบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก ภาวะปากแหว่งอาจเกิดควบคู่กับการมีรอยแยกกระดูกกรามบน และ/หรือเหงือกบน ภาวะเพดานโหว่เกิดขึ้นเมื่อเพดานปากทั้งสองด้านเชื่อมต่อกันไม่สนิท ทำให้เกิดรอยแยกระหว่างเพดานปาก ภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสองข้างหรือข้าวเดียว และสามารถเกิดภาวะทั้งปากแหว่งและเพดานโหว่ได้ในคนๆ เดียว

อาการปากแหว่งและเพดานโหว่เกิดขึ้นเมื่อใด

ภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่เป็นความพิการแต่กำเนิด และเกิดขึ้นในช่วงพัฒนาการของตัวอ่อนในครรภ์มารดาในระหว่างสัปดาห์ที่สี่และหกของการตั้งครรภ์ ในระหว่างที่โครงสร้างบนใบหน้าของตัวอ่อนกำลังพัฒนา หากกระดูกไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ก็จะเกิดความผิดปกติขึ้น

สาเหตุของภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยทั้งทางด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น การรับประทานยา การติดเชื้อ ความผิดปกติของมารดา การสูบบุหรี่และดื่มสุราของมารดาในขณะตั้งครรภ์ การขาดสารอาหาร และการขาดวิตามินบีในกรดโฟลิค หากพบเด็กที่เกิดมาพร้อมกับภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่ในครอบครัวใด ก็จะมีโอกาสที่จะพบเด็กจากครอบครัวเดียวกัน ที่จะเกิดมาพร้อมกับภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 2 - 4

พบภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่มากน้อยแค่ไหน

ภาวะปากแหว่งและเพดานปากโหว่มักพบในเด็กแรกเกิด 1 คนจากจำนวนเด็ก 500 - 700 คน อัตราการเกิดความผิดปกตินี้จะแตกต่างกันตามสภาพภูมิศาสตร์และกลุ่มชาติพันธุ์ (แหล่งข้อมูล: งานวิจัยโดยความร่วมมือจากนานาชาติ เรื่อง ความผิดปกติของใบหน้า ขององค์การอนามัยโลก ) คาดการณ์ว่าจากสถิติการเกิดของเด็กทั่วโลกจำนวน 15,000 คนในเวลาหนึ่งชั่วโมง ทุกๆ 2.5 นาทีจะมีเด็กที่เกิดมาพร้อมกับภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ 1 คน และจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงถึงร้อยละ 70

ภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่สร้างปัญหาให้เด็กอย่างไร

เด็กที่มีภาวะปากแหว่งหรือเพดานโหว่มักประสบปัญหาการได้ยิน ปัญหาสุขภาพฟันหรืออวัยวะในช่องปาก รวมถึงพัฒนาการในการพูดด้วย นอกจากนั้นอาจจะกินอาหารลำบาก ซึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เด็กและผู้ปกครองอาจจะต้องร่วมมือกับทีมผู้เชี่ยวชาญ เช่น กุมารแพทย์ ศัลยแพทย์ ทันตแพทย์ แพทย์หู คอ จมูก นักอรรถบำบัด นักตรวจการได้ยิน นักพันธุศาสตร์ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ 

ภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่สามารถป้องกันได้หรือไม่

นักวิทยาศาสตร์กำลังค้นคว้าหาวิธีป้องกันภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า มารดาที่ได้รับวิตามินรวมที่มีส่วนผสมของกรดโฟลิคก่อนการตั้งครรภ์และระหว่างสองเดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจลดความเสี่ยงในการให้กำเนิดบุตรที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ นักวิจัยยังพบว่ามารดาที่สูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดบุตรที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังพบว่าการได้รับวิตามินเอในปริมาณมาก อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความบกพร่องทางร่างกายของเด็กได้ ซึ่งรวมถึงภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ สตรีมีครรภ์จึงไม่ควรรับประทานวิตามินเอเกินกว่าปริมาณมาตรฐานที่ประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ คือ 5,000 หน่วย

ภาวะปากแหว่งและเพดานโหว่สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

สามารถรักษาให้หายได้ และเพื่อให้ผลการผ่าตัดออกมาดีเยี่ยม กุมารแพทย์และศัลยแพทย์ต้องทำงานร่วมกับผู้ปกครองของเด็กเพื่อเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการผ่าตัด ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่เห็นว่าเด็กสามารถเข้ารับการผ่าตัดภาวะปากแหว่งได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน การผ่าตัดแก้ไขอวัยวะในช่องปากและจมูกควรทำตอนที่เด็กอายุน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่วนการผ่าตัดแก้ไขภาวะเพดานโหว่นั้น เด็กควรมีอายุระหว่าง 12-18 เดือน กระบวนการในการผ่าตัดขึ้นอยู่กับความพร้อมของสุขภาพของเด็กโดยรวม และลักษณะของภาวะปากแหว่งหรือเพดานปากโหว่เป็นสำคัญ 

¹ สำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกา, 2544

² องค์การอนามัยโลก; รายงานการประชุมขององค์การอนามัยโลก งานวิจัยโดยความร่วมมือจากนานาชาติ เรื่อง ความผิดปกติของใบหน้า

SHARE    
ช่วยเหลือ
มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทยอาศัยความเอื้ออาทรของผู้สนับสนุนในการเปลี่ยนแปลงชีวิตเพียงหนึ่งรอยยิ้มได้ตลอดเวลา

บริจาค
การสนับสนุนของคุณจะช่วยให้
 
ร่วมกิจกรรมกับเรา

หน้าแรก      บริจาค    คำถามที่ถูกถามบ่อย    ภาพรวมเว็บไซต์      ติดต่อเรา    

©2560 มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย

สนใจบริจาค ติดต่อ: 02 075 2700-2 | มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม | บ้านเลขที่ 12/2 ซอยเมธีนิเวศน์ สุขุมวิท ซอย 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

*มูลนิธิสร้างรอยยิ้มเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0993000140478 และเลขจดทะเบียน: กท 1112